Category: Uncategorized

กองกลางตัวปะทะในฝัน

''เดี๋ยวนี้ ผมได้รับมอบหมายให้เล่นเกมรับมากยิ่งกว่าเดิม ผมจะต้องทำอะไรสักอย่างในช่วงเวลาที่ทีมเสียบอล รวมทั้งแย่งมันคืนมาให้ได้ งานของผมคือการจัดการดินแดนกึ่งกลางให้นิ่ง ผมพร้อมปรับนิสัยไปตามคำบัญชาของผู้เป็นนายจ้าง แต่ว่าผมก็สามารถเล่นเกมรุกได้แบบเดียวกัน'' นี่คือคำให้การของ อันเดร์ เอรร่า อันบ่งถึงหน้าที่รวมทั้งหน้าที่ของเขาเดี๋ยวนี้นั่นคือมิดฟิลด์ตัวรับ
แถมเป็นมิดฟิลด์ตัวรับชนิดมือใหม่ฝึกทำลายเกมคู่ต่อสู้อีกต่างหาก แต่ว่าสถิติในการทำลายล้างกลับเหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้อย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เสียอีกครับ ไม่ว่าจะเป็นการแย่งบอล การตัดบอล หรือการเข้าปะทะ
คิดและจากนั้นก็แปลกๆอยู่แบบเดียวกัน เพราะไม่มีวี่แววว่านักเตะวัย 27 ผู้นี้จะสถาปนาตัวเองเป็นมิดฟิลด์ตัวรับลำดับที่หนึ่งของพรีเมียร์ลีกก่อนที่จะขายวิญญาณให้ซาตานแดง อันเดร์ เอรร่า ไม่ใช่ผู้เล่นที่เป็นที่รู้จักเลื่องลืออะไรมากมายก่ายกอง
ตอนเป็นเลิศในขุนศึกของ แอตเลติก ใบเสร็จรับเงินเบา ชุดที่บุกมากำราบ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในศึก ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาล 2011-12 ก็แทบจะไม่มีใครรู้จักนักเตะผู้นี้สักเท่าไหร่ สหายร่วมทีมของเขาเสียอีกอย่าง ฆาบี มาร์ติเนซ หรือ อีเคร์ มูเนียอิน ที่อยู่ในความพอใจจากประชาชนมากยิ่งกว่าอย่างไรก็แล้วแต่ เข้าใจว่า แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะแอบจับตามองผู้เล่นคนนี้มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
ส.ค. 2013 หลังจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถูกแทนที่ด้วย เดวิด มอยส์ ได้ไม่นานเดือน – แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อขอซื้อนักเตะชาวบาสก์แต่กำเนิดผู้นี้พร้อมข้อเสนอแนะ 24 ล้านปอนด์แอต.มาดริด ยักไหล่ใส่โดยทันทีทันใดพลางกล่าวว่า…น้อยไป
เดือนมิถุนายน 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไปที่ ใบเสร็จรับเงินเบา อีกครั้งพร้อมค่าเสียหายที่มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อรองกันอยู่นาน ก่อนที่จะตกลงกันได้ที่ราคาราวๆ 29 ล้านปอนด์ ซึ่งจัดว่ามิใช่เบาเลยทีเดียว
ยอมรับสารภาพตามตรงว่าตอนเลื้อยก้นมา แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆผมไม่เคยรู้จะนักเตะผู้นี้มาก่อน ไม่เคยดู ไม่เคยได้เห็น ไม่เคยพอใจ สงสัยเป็นเพราะผมดูบอล ลา ลีกา ของ ประเทศสเปน ปีละแค่ 2 นัดหมายหมายถึงเอล กราสิเก๋ ที่บ้านของ บาร์ซ่า กับ เอล กราสิเก๋ ที่บ้านของ มาดริด 555
เมื่อไต่ถามข้อมูลที่ได้มาจากนักข่าวสายวัวกระทิงดุประจำศูนย์บัญชาการซอคเก้อร์ก็ได้การแบบเพียงพอสังเขบว่า อันเดร์ เอรร่า เล่นในตำแหน่ง "มิดฟิลด์ตัวกลาง" โดยจัดอยู่ในชนิด "บ๊อกซ์ ทู บ๊อกซ์" คือวิ่งขึ้น-วิ่งลง คลุมเครือว่าเป็นตัวรุกหรือตัวรับ ทำนองว่ารอเชื่อมเกมด้วยความขยัน ทุ่มเท มีวินัย รวมทั้งใฝ่ความดี
ฤดูกาลแรกในชุดแต่งกายซาตานแดง หฝ่าส์ ฟาน กัล ที่ปรึกษาคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อุตสาหะปรับเปลี่ยนระบบการเล่นแปรไปเรื่อยๆเริ่มจาก 3-5-2 ก่อนเปลี่ยนแปลงมาเป็น 4-1-2-1-2 แบบไดมอนด์ สุดท้ายมาพอดีที่สูตร 4-1-4-1 ดาเล่ย์ บลินด์ แขวนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ โดยมี อันเดร์ เอรร่า กับ มารูยาน เฟลไลนี่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกอยู่ข้างหลังศูนย์หน้า
ฤดูกาลแรก นักเตะผู้มีบริเวณใบหน้าคล้ายคลึงคล้าย "พี่น้อย" ที่วงพรู ลงเล่นทั้งสิ้น 31 นัดหมายในทุกรายการ ยิงได้ 8 ประตู ซึ่งจัดว่าเยอะที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขาเลยทีเดียว ในช่วงเวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับเข้าไปอยู่ในท็อปโฟร์ได้สำเร็จ
ฤดูกาลถัดมา (ก็ซีซั่นที่แล้วนั่นแหละ) ท่านอาจารย์หฝ่าส์ราวกับถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนกระทั่งประสาทแดร็กซ์ คิดมาก ฟุ้งซ่าน รวมทั้งปรัชญาขึ้นสมอง ว่าแล้วปรับระบบการเล่นอีกครั้งเป็น 4-2-3-1 โดยอุตสาหะจะวาง อันเดร์ เอรร่า เป็น "หน้าต่ำ" หรือ "ผู้เล่นลำดับที่ 10"ปรากฏว่าประสบความไม่สำเร็จอย่างแรงเพราะ "พี่น้อย" ไม่ใช่เพลย์เมคเก้อร์ตามเหตุผลอยู่แล้ว แน่นอนสไตล์การเล่นของเขาไม่ราวกับ พอล สโคลส์W88อย่างที่คนอีกจำนวนไม่น้อยอุตสาหะเอามาเปรียบ
เขาพลิกบอลไม่ได้ – ไม่มีความเร็ว ความรู้ความเข้าใจส่วนตัวก็ไม่ได้สูงอะไรมากมายก่ายกอง การตะบันยิงก็ไม่ถึงกับเฉียบคมรวมทั้งเด็ดขาดอะไร ข้อดีอยู่ที่ความขยัน ทุ่มเท มีวินัย รวมทั้งใฝ่ความดี

หลังจากไม่เวิร์ค หฝ่าส์ ฟาน กัล ก็อุตสาหะเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในตำแหน่งหน้าต่ำของระบบ 4-2-3-1 ไปเรื่อยๆจวบจนกระทั่งจะเจอคนที่ใช่ ซึ่งจนแล้วจนรอดก็ไม่เจอคนที่ใช่ ไม่ว่าจะเป็น อัดนาน ยานาไซ, เมมฟิส เดอขว้างย, เวย์น รูนี่ย์, ฆวน มาต้า, มารูยาน เฟลไลนี่ รวมทั้งเจสซี่ ลินการ์ด
เมื่อจับ อันเดร์ เอรร่า ลงมาเป็น 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางของระบบ 4-2-3-1 มันก็ยังขัดๆเขินๆชอบกล แถมตัวหลักในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางฤดูกาลที่แล้วมี บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิ่ล คาร์ริค ก่อนที่จะขยับ เวย์น รูนี่ย์ ลงมารับหน้าที่นี้อีกคน
"หน้าต่ำ" ก็ไม่เหมาะสม 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางก็ไม่ใช่ ถ่างออกไปเล่นเป็นตัวขอบเส้นยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ดูเหมือนจะไม่มีตำแหน่งไหนเหมาะสมกับ อันเดร์ เอรร่า ในระบบ 4-2-3-1 ชูยกเว้นจะเล่นเป็น 1 ใน 3 ของมิดฟิลด์ตัวกลางตามระบบ 4-3-3 นั่นแหละ
สถิติการทำคะแนนในฤดูกาลถัดมาของดาวเตะค่าตัว 29 ล้านปอนด์ผู้นี้ ลดน้อยลงเหลือ 5 ประตู จากการลงในสนามทั้งสิ้น 41 นัดหมายในทุกรายการ
จนกระทั่งการมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ รวมทั้งผู้เล่นใหม่อีก 4 หน่วย เอริก ไบยี่, เฮนริค มคิทาร์ยาน, ปอล ป็อกบา รวมทั้งซลาตัน อิบราฮิโมวิช
"มูมู่" นิยมสูตร 4-2-3-1 กับ 4-3-3 ตามเหตุการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งการมาของดาวเตะค่าตัว 89 ล้านปอนด์ น่าจะมีผลกระทบต่อ อันเดร์ เอรร่า โดยตรง
ความเป็นดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในเมืองมนุษย์รับรองตำแหน่งตัวจริงของ "คุณป๊อก" อัตโนมัติอยู่แล้ว ส่วนอีกตำแหน่งในดินแดนกึ่งกลางที่เหลือก็มีทั้ง มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิ่ล คาร์ริค รวมทั้งบาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ เมื่อลองจัดผู้เล่นชุดที่ดีเยี่ยมที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนเปิดฤดูกาลนี้ ชื่อของ อันเดร์ เอรร่า น่าจะตกสำรวจเท่านั้นไม่พอ
กว่า "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะค้นพบระบบการเล่น รวมทั้ง 11 ตำแหน่งที่เหมาะสมพอดีที่สุด เวลาก็ผ่านไปแทบครึ่งฤดูกาล ซึ่งผลปรากฏว่า อันเดร์ เอรร่า จัดเป็นผู้เล่นระดับเสาหลักตกน้ำมันทั้ง 2 ระบบในสูตร 4-3-3 เขาคือ 1 ใน 3 มิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับ ปอล ป็อกบา รวมทั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค
สำหรับในสูตร 4-2-3-1 เขาคือใน 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับ ปอล ป็อกบา โดยคนที่หลุดจากตัวจริงในสูตรนี้คือคุณปลัดคาร์ริค
หน้าที่หน้าที่ในทั้ง 2 ระบบ คือบดบี้ทำลายเกมคู่ต่อสู้ให้สิ้นซาก ซึ่งพี่น้อยแกก็ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมเยอะขึ้นเรื่อยๆ
พิจารณาได้เลยครับว่า…บอลอยู่ที่ไหน อันเดร์ เอรร่า ก็อยู่ตรงนั้น ว่าและจากนั้นก็เลยปรับให้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับอย่างเต็มกำลังช่วยให้สหายร่วมทีมอย่าง ปอล ป็อกบา ทำเกมรุกได้อย่างอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับช่วยให้ผู้เล่นวัยชราอย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ไม่ต้องออกแรงมากมายอีกต่างหาก เรียกว่าเป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างสมบูรณ์แบบ
ทีแรกๆๆของการสวมบทบาทนี้ พวกเราจะมองเห็นได้ว่าเขายังเข้าบอลออกจะเปิดเผยจนกระทั่งชอบเสียฟาวล์โดยไม่จำเป็นพอกับได้ใบเหลืองเป็นประจำ คล้ายพอล สโคลส์ เวลาเล่นเกมรับแต่ว่าหลังจากที่ลงเล่นในตำแหน่งนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆท่านผู้ชมสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงคือเข้าบอลเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่เสียฟาวล์รวมทั้งโดนใบเหลืองแบบโง่ๆเหมือนเก่า
ว่าและจากนั้นก็จะต้องยกย่องยอดที่ปรึกษาอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เสกให้ผู้เล่นที่ราวกับจะไม่เข้ากันระบบการเล่นอะไรก็ตามของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ขาดไม่ได้เฮียเครียดเอ็งมองเห็นข้อดีของลูกทีมชาวประเทศสเปนผู้นี้ว่าอยู่ที่ความขยัน ทุ่มเท วิ่งตามล่าพลางบดบี้ไม่มีหยุดบนความหน่วงหนักแบบถึงลูกถึงเมียก็เลยจับมาอาบน้ำแต่งตัวใหม่ให้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่มีความยอดเยี่ยมสมกับที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อเกมรับจริงๆ

หลังจากหมดสมัยของ ไบรอัน ร็อบสัน รวมทั้ง พอล อินซ์ ก็มี รอย คีน มารับช่วงต่อไปในการเป็นมิดฟิลด์ตัวล้างผลาญของ แมนฯ ยูไนเต็ด
นับตั้งแต่ รอย คีน เนรเทศตนเองออกจากเครื่องแต่งตัวซาตานแดง ดูราวกับว่ามิดฟิลด์ตัวรับที่มีความหฤห่ามแบบนี้จะสูญพันธุ์ไปจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ดาวเตะจอมเสียบทะลุดาร์กซ์อย่าง อลัน สไม่ธ ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พยามปั้นให้เป็น "นิว คีโน่" ก็ไม่ใช่ เพราะโหดเหี้ยมอย่างเดียวแบบไม่มีท่วงที
ไมเคิ่ล คาร์ริค ก็จัดเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ประสบความสำเร็จ แต่ว่าถ้าหากกล่าวถึงสไตล์การเล่นนั้นก็นุ่มนิ่มรวมทั้งตุ๋มติ๋มต่างจากลูกพี่คีโน่อย่างสิ้นเชิง

กลยุทธ์ฉุดหงส์แดงจากหล่ม

เหตุการณ์ของลิเวอร์พูลขณะนั้น ถ้าหากเป็นผู้ป่วยติดเตียง อาการมีแต่ทรงกับทรุด
แพ้คาบ้านสองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่ก่อนโดนสวอนซีบุกลูบคลำคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงแพรวพราวด์ลี่ พรีเซนต์ กระหยิ่มใจเสนอผลงานไร้พ่ายในแอนฟิลด์ ช้านานข้ามปี
ความจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความพ่ายแพ้ที่ยุติทางไปเวมบลีย์ ด้วยเหตุว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่พึ่งจะแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันไม่ได้"
แต่ใจความสำคัญที่ว่ามันกำเนิดอะไรขึ้นอยู่กับลิเวอร์พูล จากชัยชนะแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ นับตั้งแต่ออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะหืดจับเหนือทีมต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมรู้สึกว่าทุกคนอาจพอเพียงมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นคือการระดมความคิดเห็นหาทางออก ด้วยเหตุว่าในเมื่อเหตุการณ์เลวร้ายมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรจะถึงเวลาลงมือทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยน แล้วก็ฉุดทีมให้กลับขึ้นมาผงาดอีกรอบผมรวบรวมมาเป็นข้อๆเท่าที่พอเพียงจำได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกรูปแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ แล้วก็กระบวนการให้แตกต่างจากแพทเทิร์นเดิมๆบ่อยๆในระหว่างที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
ด้วยเหตุว่าจนกระทั่งขณะนี้ ผลงานชนะพลีมัธ แค่ทีมเดียวจาก 7 นัดหมาย แล้วก็จำต้องใช้ช่องทางถึง 180 นาที เพื่อคว่ำทีมระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนแจ่มชัดว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ รู้นานแล้วว่าเขาไม่มีตัวแทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายกัน ไม่ถึงขั้นว่าจำต้องราวกับ มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูกาลแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวตามติดออกมาจากตำแหน่ง แล้วก็เปิดทางให้ตัวใส่อย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมากระทำการจะดูได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่แข่งให้ฉีกให้ขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมๆกันคือฟอร์มของลัลลาน่า รวมถึงไคลน์ พากันหายเข้าก้อนเมฆไปด้วยเมื่อกลางอาทิตย์กับนักบุญ คล็อปป์ยังดื้อยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ แล้วก็ขยับ โรกางร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แต่ตลอด 45 ที่นาทีแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์แฮมป์ตัน ที่ไม่ได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากตอนต้นฤดูกาล อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วยซ้ำ ด้วยเหตุว่าการแก้แบบหนึ่งมักทำให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมทางด้านขวายังบอดเหมือนเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นก้าวหน้าระดับหนึ่ง แต่เขาควรจะแบกความมุ่งมาดในระดับไหน เป็นอีกกรณี
กระทั่งช่วงหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูติเตียนนโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างช่องทางได้เยอะขึ้น แล้วก็ควรจะเห็นสกอร์อย่างต่ำๆ1-2 ประตู
เป็นอีกรอบต่อจากนัดหมายแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 แล้วก็เมื่อไม่ได้ผลถึงค่อยคิดเปลี่ยน
กับสวอนซีจำต้องรอให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความกระตือรือร้น ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลไม่ได้เริ่มต้นด้วยผล 0-0 นะครับ แต่ตาม 0-1 จากนัดแรก แล้วเพราะอะไรถึงปล่อยให้ตัวเองเหลือเวลาแค่ 45 นาทีในที่สุด
2. เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงในสนามแข่งแล้ว สิ่งที่ยากกว่าคือ คล็อปป์อาจจำต้องปรับวิธีทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยวิเคราะห์ในตอนซัมเมอร์ ว่าจากการศึกษาเกมนัดหมายชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีย่า เขาเห็นนักฟุตบอลหงส์แดงเฉาปลาย เร่งไม่ขึ้นในช่วงหลัง
เหมือนกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น โค้ชด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วสามยุค กับฮอลแลนด์, เกาหลีใต้ แล้วก็รัสเซีย รวมถึงเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นครึ่งหนึ่งทำนายในส.ค.ว่า สไตล์ทำทีมแล้วก็การฝึกฝนที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะมีผลให้ลิเวอร์พูลทุกข์ยากลำบากในตอนครึ่งฤดูกาลข้างหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางคนสั่นหน้าไม่เชื่อแต่ข้างหลังเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ กล่าวว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง คือนักฟุตบอลมองล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง แล้วก็แพ้หลายครั้งขึ้นในการช่วงชิงบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัดหมาย ที่เห็นนักฟุตบอลลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ ราวกับในตอนแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม แล้วก็ถือว่าบีบคั้นทีมเยือนได้พอเหมาะพอควร
แต่ก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นระยะๆไม่สม่ำเสมอ ราวกับจะบีบได้แล้ว แต่ในที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักฟุตบอลจำต้องถูกตั้งข้อซักถามว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. จงเห็นด้วยเถอะว่าขุมกำลังชุดนี้ดีน้อยเกินไปจะต่อกรกับอีก 4-5 ทีมบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีทีม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองใครกันแน่ แต่อย่างที่เห็นเมื่อเกมเข้าสู่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม แล้วก็คล็อปป์แทบไม่ขยับเปลี่ยนตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนช้าเหลือเกิน แทนที่จะเปลี่ยนตั้งแต่ออกสตาร์ตช่วงหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์อาจไม่มั่นใจว่าตัวสำรองจะดำเนินงานได้ดีมากกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักฟุตบอลใหม่ในตอนม.ค. อาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ แล้วก็เขาก็มีส่วนถูกที่ว่ามันไม่ได้หาซื้อกันกล้วยๆราวกับที่คนจำนวนไม่น้อยคิด ด้วยต้นเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมแดนกลาง บางครั้งข้อจำกัดบางข้อ ของดีราคาไม่แพงเหลือเกินก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังพอเพียงทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีมากกว่าปล่อยให้ตายไปซึ่งๆหน้า
4. ทำทุกอย่างเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันรอที่จะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยทีมจากการไปทำศึกสงครามแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพไม่ได้แดกดันนะครับ แล้วก็ผมอาจไม่ใช่แฟนหงส์ผู้เดียวที่คอยเช็กผลของเซเนกัล ด้วยความเต็มใจต้องการให้ตกรอบแต่ไก่โห่เลยด้วยซ้ำ ความมุ่งมาดหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง ย่อยยับตั้งแต่ผ่านสองนัดแรก ด้วยเหตุว่าเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำคะแนนได้ทั้งสองเกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆจัดแจงเจอกับ "หมอผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ มองตามหน้าเสื่อ เซเนกัลเป็นต่ออยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวข้ามถึงก.พ.

18 แต้มที่ลบไปของ ลิเวอร์พูล

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดผวาก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก ทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกลุ่มท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักจำต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าทำไมถึงรีบสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะทีมกลุ่มด้านล่างของตาราง มันไม่ใช่ทีแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่ว่ามันหลายหนมากมายๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงสรรเสริญถึง ดิว็อค โอริกี้ ทันทีที่พุ่งขวิดจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงพร่ำบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ เจอร คล็อปป์ อีกคราว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมจบด้วยการเสมอ โยนชัยชนะทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูตินโญ่ป่วยไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยจำต้องเปลี่ยนแปลงออก มันเกิดเรื่องที่จำเป็นต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นสายตาทรงกลมตอบเรื่องที่น่าสงสัย แม้กระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าทำไมจำต้อง โฌแอล มาติป ทำไมจำต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ ทำไมไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมแค่เห็นว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ในช่วงเวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) พึ่งจะหายมาอาจจะยังไม่เหมาะกับเกมจำพวกนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกอย่างงั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกเหมือนกันมั้ย
1. การที่เปลี่ยนแปลงมาใช้หลังสามด้วยการถอดนักฟุตบอลที่ฝากความปรารถนาได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นยังไงก็พกพาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะยิ่งเมื่อใคร่ครวญจากความแน่นแฟ้นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้านี้
2. หากสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะกับ ''เกมแบบนี้'' ก็ไม่ควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกอย่าง เนื่องด้วยมันราวกับทำข้อสอบแล้วจำไม่ได้ก็วงเดามั่วๆไป
3. ในระหว่างที่โดน 2-2 ถึงด้านหลังเกมทว่าเวลาก็ยังพอหลงเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็อย่างต่ำ 7 นาที ทำไมครับผม เขาถึงอาจจะนิ่งที่จะแก้ไขเหตุการณ์ มีสิ่งใดดลใจให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังทลายประตูที่สามได้
ซีซั่นนี้นอกเหนือจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของทีมท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับบ้านที่แดนใต้ด้วยความชอกช้ำมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอติฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และก็ 6-3 ที่กูดิสัน พาร์ค ด้วยเหตุนี้แล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรจะเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมแบบนี้'' การบาดเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ มีผลเสียแน่นอนฤดูกาลนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งทีมชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แม้กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ช่วงหลังลงมาเร่งเครื่องจนบดออกนำไปเป็นระเบียบเรียบร้อย หากรักษาสกอร์มิได้ ก็จำต้องรัวเพิ่ม ทว่าสมาคมสีแดงที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ทำมิได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งข้อสันนิษฐานว่าทีมของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่ว่านี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาบากบั่นเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอคว้าข้อผิดพลาดเข้าจู่โจมเช่นได้แก่ลูกแรกที่ทำได้ นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรแบบนี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด เจอร์เมน เดโฟ นาที 84 ถัดมาเสียเชิงคารังต่อสวอนซี 2-3 ในขณะที่อุตสาห์ฮึดราวกับกลับมาได้แล้วและก็แน่ๆที่เดอะ ค็อปอาจจะจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยี่ยมบอร์นมัธต้นธ.ค. คำถามเป็นทำไมคุณถึงเก่งจังกับทีมใหญ่ แต่ว่ามักป้อแป้กับทีมเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่ต่อสู้กลุ่มท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่ว่ารู้มั้ยครับผมว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 ทีมด้านล่างของตารางลงไปเป็นยังไง 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัดหมาย ใช้สมองน้อยๆคำนวณพอๆกับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูกาลนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนกระทั่งเลสเตอร์ ซิตี้ หากพอเจอเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนกระทั่งเพื่อนฝูงข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบยกขันหมากอัญเชิญให้รีบมาเจอเลยฟุตบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรจะเคลื่อนสายตามองดูสเปอร์สซึ่งกำลังกดดันเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาโกงความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ซ้ำเติมว่าทำไมสองปีมานี้ถึงพกพามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อให้ท้ายซีซั่นก่อนอาจออกลูกสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีและก็แมนฯ ยูไนเต็ดใช่ครับผม เป็นเรื่องปกติที่ทำความเข้าใจกันได้ ทว่าเมื่อถึงแมตช์ที่จำต้องชนะก็ชนะ ขุนพลตราไก่ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามเจอกลุ่ม 8 ทีมด้านล่างของตาราง โดยการทำตกหายไปแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางๆก็ได้เมื่อเจอทีมใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับทีมที่เหลือ มิฉะนั้นก็จำต้องมานั่งพรรณนาความทุกข์กัน เพราะว่าทีมเล็กมีเยอะแยะกว่า
รอยต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 ลูกจากทั้งหมด 39 ? ซึ่งแม้แต่แมนฯ ซิตี้ที่โดนวิภาควิจารณ์เรื่องความอ่อนยวบเกมรับ หรืออาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ใครก็ช่างมาเจอก็มักจะฝึกซ้อมลูกตั้งเตะมารอเล่นงาน เนื่องด้วยคล็อปป์นิยมให้ลูกทีมคุมโซนมากยิ่งกว่าตามติดคน
ก่อนนี้มีการกางเทียบผลงานของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็เกือบจะไม่ต่างกัน แต่ก็มีคนยกประเด็นว่าประสิทธิภาพของทีมวัดกันลำบาก เพราะว่าสมัยก่อนมีบ่าสองข้างของ หฝ่าส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกสิ่งทุกอย่างของทีม มาถึงยุคนี้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบกระจายมากยิ่งกว่ายังไงก็แล้วแต่ ลิเวอร์พูลเป็นสมาคมที่ผูกติดความสำเร็จเสมอมา

พวกเขาอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี้พรีเมียร์ลีก แต่ว่าก็ทำได้ใกล้เคียงมา 2-3 ครั้งตั้งแต่สมัย ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดเจอร์ส ซึ่งนับว่าเป็นทีมที่มีการพรีเซ็นท์ต้นแบบแจ่มแจ้ง มีผู้เล่นที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นตัวดารานำชายระดับทวีป
คูตินโญ่, ฟีร์มีโน่ และก็มาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่ว่าเชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมตราตรึงกับทีมที่มี เฟร์นานโด ตอร, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เช่นเดียวกับทีมที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินหมายเลขเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาคำถามเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจแบบนี้ครับผม ''ผมต้องการเห็นทีมซื้อ 6 คน พวกเราจำต้องเปลี่ยนแปลงใหม่และก็มีผู้เล่นสำรองชดเชย ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวริมเส้น และก็กองหน้า''
ความน่าจะเป็นไปได้ที่จะเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มยกแผง จ่ายหนักๆก็น่ารู้ดีว่ามีมากแค่ไหนกัน ถัดมาหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็น่าจะทายใจใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็ถูกใจต่อทีมที่มีพอควร ด้วยเหตุนี้แล้วโอกาสที่จะซื้อกี่คน ใช้งบเท่าไหร่ก็อาจจะขึ้นกับว่าท้ายที่สุดจบอันดับเท่าไหร่ในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม และก็โบโร่
หากเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตติโน่ก็อาจจะลูบปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่ๆก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะพิพากษาผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์เหตุว่า หลังจากได้คุมเต็มกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูกาลควรจะให้เกรดที่เท่าไหร่กัน 18 แต้มที่หายไป… จำเป็นต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาแค่ครึ่งเดียวหลังจากนั้น เพราะว่าหากทำได้ปัจจุบันลิเวอร์พูลจะอยู่ลำดับที่สองตามหลังผู้นำฝูงเชลซีเพียงแต่ 3 แต้ม

โจเซ่ มูรินโญ่เซงผีสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

น้ามู กุนซือฝีปากกล้าของ ปีศาจแดง คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงสนามเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงแข่งก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ปีศาจแดงบุกไปชนะด้วยคะแนน 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

จ่ามู ให้กําลังใจรานิเอรี่หลังโดนเลสเตอร์ปลด

 

โจเซ่ มูรินโญ่ โค้ชฝีปากกล้าของ แมนยู ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งโดนปลดไป

เลสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งประกาศปลดเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

แฟนปีศาจแดง!รูน หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมปีศาจแดง หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ศูนย์หน้าวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของปีศาจแดง ที่ล่าสุด ศูนย์หน้า ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

พบข้อความไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ในงานประท้วง”ทรัมป์”

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ

 

เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาเดอะกันเนอร์บุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้แฟนบอลปืนโตแต่อย่างใด

 

โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศเมืองผู้ดีกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

อีสเซลิค ผิดหวังโอ้เหมือนไม่อยากเล่นให้สโมสร

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลาง นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม
โอ้ ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในนัด เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ นายใหญ่ ของ ทีม  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ
ไม่เพียงแค่ นายใหญ่ของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของโอ้ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"

ต่างดาว ซวย”บิดัล”ปิดฤดูกาลก่อนเพื่อน

อเล็กซ์ บิดัล แบ็คขวาของ ต่างดาว ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงในเกมบุกคว้าชัย อลาเบส

บิดัล กองหลังชาวสเปน ของ ต่างดาว ข้อเท้าหักหลังจังหวะประทะกับนักเตะของ อลาเบส

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดช่วงท้ายเกมในนัดบาร์เซโลนาบุกชัยชนะ ด้วยสกอร์ 6-0 ในจังหวะที่แบ็ควัย 27 ปี พุ่งเข้าเสียบบอลปะทะกับ ธีโอ เอร์นานเดซ ส่งผลให้ขั้นข้อเท้าหัก บิดงอ อย่างเห็นได้ชัดเจน

ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่เขาต้องจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากต้องพักรักษาตัวระยะยาวอย่างแน่นอน

รถด่วน เผยรู้สึกดีใจหลังได้รับการขยายสัญญา

อันโตนิโอ วาเลนเซีย แบ็คขวาของ ปีศาจแดง เผยยังมีความสุขมากหลังได้ต่อสัญญากับต้นสโมสร

นักเตะทีมชาติเอกวาดอร์ ได้รับการต่อสัญญาออกไปอีก 1 ปี กับปีศาจแดงโดยเขายอมรับว่าเขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากหลังได้รับคำชมจาก โชเซ่ มูริญโญ่ ผู้จัดการคนเก่งของทีม ว่าเป็นหนึ่งในฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในโลก และเขา  ยังหวังที่จะอยู่กับปีศาจแดงต่อไปให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะอีก 5-6 ปีหลังจากนี้

"ผมเพิ่งต่อสัญญาใหม่ ผมรักสโมสรและเมืองนี้มาก ครอบครับผมก็ชอบอยู่ที่นี่ ผมอยากอยู่ที่นี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ อาจจะ 5 หรือ 6 ปี"